FAQ

ทราบได้อย่างไรว่าการเรียนกับ Insight ได้ผลเร็วกว่าวิธีปกติ 4 เท่า

ทางเราได้ทำการทดสอบก่อนเรียน (pre-test) และทดสอบหลังเรียน (post-test) โดยใช้ข้อสอบภาษาอังกฤษมาตรฐาน (ข้อสอบที่ใช้อ้างอิงเป็นข้อสอบมาตรฐาน เช่น ข้อสอบ NT, O-Net ไม่ได้เป็นข้อสอบที่เขียนขึ้นโดยทีมงานของเรา เพื่อให้เกิดความเป็นกลาง) แล้วเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียน พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่พัฒนาขึ้นเร็วถึง 4 เท่าของวิธีการเรียนในห้องเรียนโดยทั่วไป

เหตุผลอะไรที่ทำให้วิธีการเรียนกับ Insight ได้ผลดีกว่าวิธีทั่วไปมาก

  1. ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) Active Review™ ช่วยควบคุมให้ผู้เรียนได้รับการทบทวนเนื้อหาหลักอย่างสม่ำเสมอเท่าที่จำเป็น ให้สิ่งที่เรียนเข้าไปอยู่ในระบบความจำระยะยาว (long-term memory) ทำให้ผู้เรียนไม่ลืมเนื้อหาหลักที่เรียนไปแล้ว
  2. เนื้อหาหลักสูตรที่จัดเตรียมมาอย่างดี ทำให้ผู้เรียนได้เน้นเฉพาะเนื้อหาส่วนที่สำคัญที่สุดก่อน ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนที่จะได้ใช้งานถี่ที่สุดในชีวิตประจำวันและใน ข้อสอบส่วนใหญ่ ทำให้ประหยัดเวลาจากการไปเรียนเนื้อหาที่ไม่ค่อยจำเป็น
  3. ด้วยการเรียนรู้แบบ interactive (มีปฏิสัมพันธ์) และการเรียนรู้ผ่านเกม ทำให้ผู้เรียนมีสมาธิ เกิดความท้าทาย และได้ทำแบบฝึกหัดมากกว่าปรกติมาก โดยเฉลี่ยผู้เรียนจะได้ทำแบบฝึกหัดถึงประมาณ 300 ข้อในหนึ่งชั่วโมง
  4. ผู้เรียนได้รับผลตอบกลับ (feedback) ทันที เมื่อเลือกคำตอบแต่ละข้อในแบบฝึกหัด ไม่ต้องรอจนถึงช่วงเฉลยรวม ทำให้เขาเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว

การเรียนแบบเฉพาะบุคคลเป็นอย่างไร

ระบบจะจดจำประวัติการเรียนของแต่ละบุคคลเอาไว้ แล้วปรับไปตามผลการเรียนในแต่ละคน เหมือนกับมีครูที่สอนผู้เรียนเฉพาะคนนั้น ที่มีความจำเป็นเลิศ สามารถจำได้ทุกรายละเอียด ว่าลูกศิษย์ศึกษาเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง ได้ผลมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แล้วปรับบทเรียนไปตามลูกศิษย์คนนั้นคนเดียว

การเล่นเกมเป็นผลดีหรือผลเสียกับการเรียน

เกมทุกเกมเป็นเกมที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ โดยใช้กลไกของเกมกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความมุ่งมั่น ท้าทายที่จะทำแบบฝึกหัดให้ถูกต้องภายในเวลาที่รวดเร็ว จึงเป็นผลดีต่อการเรียนรู้อย่างมาก แต่สำหรับเกมทั่วๆ ไป มีทั้งที่ช่วยฝึกสมองของผู้เล่น และที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดประโยชน์ ทำให้เสียเวลาเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ผู้ปกครองหรือผู้เล่นจึงควรเลือกเล่นเกมตามความเหมาะสม

ปริมาณเนื้อหาและระยะเวลาเรียน

ในแต่ละระดับประกอบด้วยเนื้อหา 50 บท (units) แต่ละบทใช้เวลา 15 ถึง 25 นาที บทต่างๆ จะมีจุดเน้นที่ต่างกัน ได้แก่ บทสนทนา (conversation), การอ่าน (reading), ไวยากรณ์ (grammar), และการอ่านเพื่อฝึกไวยากรณ์ (grammar readers)

ระบบ AI (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์ คืออะไร

เป็นระบบที่ทำให้คอมพิวเตอร์คิดได้คล้ายมนุษย์ ดังเช่น เทคโนโลยีที่ทำให้ Google สามารถเลือกเว็บเพจที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด เพียง 10 ลำดับแรก มาแสดงผลในหน้าแรก จากเว็บเพจนับพัน ๆ ล้านหน้าที่มีอยู่ซึ่ง Insight English นำเทคโนโลยีแบบเดียวกันนี้มาใช้ทำให้โปรแกรมสามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคนได้ เหมือนมีครูสอนแบบตัวต่อตัว

โปรแกรมสามารถใช้งานได้กี่คน

โปรแกรมเป็นระบบการเรียนรู้แบบเหมือนมีครูสอนตัวต่อตัว และการรายงานผล ก็ปรับไปตามความสามารถของผู้เรียน หากมีผู้เรียนเรียนมากกว่า 1 คน ใน 1 username การรายงานผลจะปนกัน ไม่สามารถเลือกเนื้อหาให้ตรงกับผู้เรียนแต่ละบุคคลได้

ถ้าผู้เรียนไม่รู้คำตอบของแบบฝึกหัดควรจะทำอย่างไร

ขอให้ผู้เรียนคิดแล้วทดลองตอบอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้าตอบผิด ก็จะได้เรียนรู้เช่นกัน เหมือนกับคำพังเพยที่ว่า “ผิดเป็นครู” ไม่ต้องกังวลว่าต้องทำถูกทุกข้อ แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรเดาสุ่ม ควรจะพยายามคิด แล้วเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อทำแบบฝึกหัดเรื่องใดเรื่องหนึ่งผิด โปรแกรมจะบันทึกเอาไว้ แล้วจะนำกลับมาทบทวนให้ใหม่โดยอัตโนมัติ จนกว่าผู้เรียนจะตอบได้ถูกต้องโดยไม่ต้องเดา ดังนั้น จึงไม่ควรกังวลถ้าจะทำผิดไปบ้าง เพราะสุดท้ายก็จะได้ทำเรื่องเดิมซ้ำใหม่ (โดยตัวเลือกหลอกจะเปลี่ยนไป) จนกว่าจะทำได้ดี

สามารถเรียนในระดับที่สูงกว่าได้หรือไม่

การเรียนในระดับที่สูงกว่าไม่สามารถทำได้ เช่น ปัจจุบันอยู่ที่ระดับที่ 7 จะไม่สามารถไปเรียนในระดับที่ 8 ได้ แต่ถ้าเป็นบทที่สูงกว่าสามารถทำได้ เช่น ปัจจุบันอยู่ที่ระดับที่ 7 บทที่ 14 สามารถเรียนในระดับที่ 7 บทที่ 25 ได้

เรียนซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบได้หรือไม่

ได้ ในกรณีที่ต้องการทบทวนก็สามารถเรียนบทเรียนที่เรียนผ่านมาแล้วได้

อธิบายเรื่องรายงานในส่วนคำศัพท์เริ่มเรียน รู้กับ มั่นใจแตกต่างกันอย่างไรครับ

ระบบนี้เป็นการจัดประเภทเรียงลำดับตามความแม่นยำของเนื้อหาคำศัพท์นั้น ๆ ในสมองของผู้เรียนครับ เรียงลำดับขั้นความแม่นยำตามนี้

  1. คำศัพท์ใหม่ ที่ยังไม่ค่อยแม่นยำ จะอยู่ที่ เริ่มเรียน (New)
  2. เมื่อเรียนไปมากขึ้น จนพอรู้ แล้วจะกลายเป็น รู้ (Familiar)
  3. เมื่อใช้งานได้ถูกต้องหลาย ๆ ครั้ง จะปรับระดับเป็น มั่นใจ (Confident)

ระบบจะประเมินและ update โดยอัตโนมัติจากผลการทำแบบฝึกหัดอย่างต่อเนื่องของนักเรียน และเมื่อไม่ได้ทบทวนนาน ๆ ระดับความแม่นยำ ก็อาจจะลดลงได้ด้วยครับ (เพราะมนุษย์ทุกคนจะลืมสิ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้ได้) ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) ของเราครับ

จะทราบระดับเริ่มเรียนของตัวเองได้อย่างไร

แนะนำให้ผู้เรียนทำวัดระดับภาษาอังกฤษก่อนเริ่มเรียน เพื่อที่จะเลือกระดับที่เรียนได้อย่างเหมาะสม แบบทดสอบนี้ใช้เวลาทำประมาณ 15 ถึง 25 นาที และจะทราบผลทันทีที่ทำเสร็จ ทดสอบวัดระดับฟรี คลิก >>

เนื้อหามีการแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่

มี เพื่อให้มีประสิทธิผลในการเรียนรู้จึงมีคำแปลภาษาไทยให้

เหมาะสำหรับเด็กประถมและมัธยมหรือไม่

มีเนื้อหาที่ครอบคลุมเหมาะทั้งสำหรับเด็กประถมและมัธยม

หลักสูตรภาษาอังกฤษเป็นหลักสูตรประเภทชั้นเรียนหรือนอกหลักสูตร

เป็นแบบการเรียนเสริมนอกหลักสูตร

สามารถเรียนที่บ้านด้วยตัวเองรึเปล่า

สามารถเรียนที่บ้านได้ด้วยตัวเอง