TOEIC Score Criteria
เจาะลึกเกณฑ์คะแนน วิธีคำนวณ พร้อมตารางเทียบระดับสำหรับยื่นสมัครงาน
บทเรียนในหมวดนี้
2.1
คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะดี? ไขรหัสเกณฑ์ 550-750+ ระดับไหนยื่นที่ไหนได้บ้าง
2.2
คะแนน TOEIC คำนวณยังไง? เจาะลึกตำราแปลงคะแนนดิบ 200 ข้อ เป็น 990
2.3
วิเคราะห์: ต้องถูกกี่ข้อถึงได้ TOEIC 700+? วางแผนจำนวนข้อที่ต้องทำได้ ให้ถึงเป้าแบบไม่มโน
2.4
รวมเกณฑ์คะแนน TOEIC : สมัครงาน & ปรับเงินเดือน อัปเดตล่าสุด! สายการบิน ปตท. และองค์กรชั้นนำ
2.5
ตารางเทียบ TOEIC vs IELTS vs TOEFL เช็คระดับภาษา (CEFR) สำหรับคนวางแผนเรียนต่อนอก
หมวด 2.5

ตารางเทียบ TOEIC vs IELTS vs TOEFL เช็คระดับภาษา (CEFR) สำหรับคนวางแผนเรียนต่อนอก

🎓 ตารางเทียบคะแนน TOEIC vs IELTS vs TOEFL (เทียบ CEFR) และ "ควรสอบอะไร"

นี่คือหนึ่งในคำถามที่ ENG ME UP เราได้ยินบ่อยที่สุด "ได้คะแนน TOEIC 700 แล้ว... แปลว่าพร้อมสอบ IELTS 6.5 เลยไหม?"

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อสอบ... เราขอตอบให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่า "ไม่ครับ"

ข้อสอบแต่ละตัวมี "Character" (ลักษณะเฉพาะ) และ "วัตถุประสงค์" (Purpose) ที่ ต่างกันโดยชัดเจน การเตรียมตัวสอบ TOEIC (ที่เน้นความเร็วและแกรมม่าธุรกิจ) แทบจะไม่สามารถนำไปใช้กับการสอบ IELTS (ที่เน้นการเขียน Essay เชิงวิชาการ) ได้เลย

💡 บทความนี้ เราจะมา "วิเคราะห์ Character" ของข้อสอบแต่ละตัว และ "เทียบตารางคะแนน" (CEFR) ให้ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณ "เลือก" สนามสอบได้ถูกต้องครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

🎯 1. เจาะลึก “วัตถุประสงค์” (Purpose) ของแต่ละข้อสอบ

ก่อนจะดูตารางคะแนน โทอิค คุณต้องเข้าใจ “วัตถุประสงค์” ของมันก่อน

  • TOEIC (L&R):
    • วัตถุประสงค์: ใช้วัดทักษะการสื่อสารใน “โลกการทำงานจริง” (Business English)
    • ใครใช้: องค์กร, บริษัท, HR, กพ. (เพื่อสมัครงาน, เลื่อนขั้น)
  • IELTS Academic / TOEFL iBT:
    • วัตถุประสงค์: ใช้วัดทักษะการสื่อสารใน “โลกวิชาการ” (Academic English)
    • ใครใช้: มหาวิทยาลัยทั่วโลก (เพื่อเรียนต่อ ป.ตรี/โท/เอก)
  • CU-TEP:
    • วัตถุประสงค์: ใช้วัดทักษะเชิงวิชาการ (Academic English) ที่ “เฉพาะทาง”
    • ใครใช้: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เท่านั้น (เพื่อเรียนต่อ, ยื่นจบ)

🔎 2. วิเคราะห์ “Character” (จุดโหด) ของข้อสอบแต่ละตัว

เพราะ “วัตถุประสงค์” ต่างกัน “Character” (จุดที่ข้อสอบเน้น) จึงต่างกันสิ้นเชิงครับ

ข้อสอบ🔻 Character (จุดที่วัดผล / จุดโหด)
TOEIC

Speed & Accuracy (ความเร็วและความแม่นยำ) 

• เน้น “ความไว” (Reading 100 ข้อ ใน 75 นาที) 

• เน้น “แกรมม่า” (Part 5/6) และ “คำศัพท์ธุรกิจ”

IELTS

Production & Logic (การผลิตและการใช้เหตุผล) 

• วัดครบ 4 ทักษะ (ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน) 

• “จุดโหด” คือ Writing (เขียน Essay 2 ฉบับ) และ Speaking (สัมภาษณ์กับคนจริง)

TOEFL

Integration & Academic (การบูรณาการเชิงวิชาการ) 

• วัดครบ 4 ทักษะ (สอบกับคอม 100%) 

• “จุดโหด” คือ “ทักษะผสม” (เช่น ฟัง Lecture แล้ว พูด สรุป)

CU-TEP

Grammar & Vocab (แกรมม่าและศัพท์เฉพาะทาง) 

• “จุดโหด” คือ Error Identification (แกรมม่าล้วน) และ ศัพท์ Academic/Idioms ที่ลึกมาก และตัวหลอกเยอะมาก ตามสไตล์คนไทย 

📊 3. ตารางเทียบคะแนน TOEIC vs IELTS vs TOEFL (เทียบ CEFR)

เมื่อเข้าใจ Character แล้ว เรามาดู “ตารางเทียบเคียง” (Equivalency Table) ครับ

ตารางนี้จะเทียบกับ CEFR ซึ่งเป็น “มาตรฐานกลาง” ของยุโรปที่ใช้วัดระดับภาษา (ตั้งแต่ A1-C2)

📍 ข้อควรจำ: นี่คือการ “เทียบเคียง” ระดับความสามารถ ไม่สามารถใช้ยื่นแทนกันได้ (ยกเว้นองค์กร/มหาวิทยาลัยจะระบุไว้ชัดเจน)

🏆 CEFR Level🔻 TOEIC (L&R) (990)🔻 IELTS Academic (9.0)🔻 TOEFL iBT (120)
C1 (Advanced)945 – 9907.0 – 8.095 – 120
B2 (Upper-Intermediate)785 – 9405.5 – 6.572 – 94
B1 (Intermediate)550 – 7804.0 – 5.042 – 71
A2 (Elementary)225 – 545
A1 (Beginner)120 – 220

🔎 บทวิเคราะห์จากตาราง:

  • “เกณฑ์ 700+” ของ TOEIC ที่เราพูดถึง จะตกอยู่ในช่วง B1/B2
  • แต่ “เกณฑ์ ป.โท” (IELTS 6.5) จะตกอยู่ในช่วง B2/C1
  • จะเห็นว่า “คะแนน” มันเทียบกันได้ แต่ “ทักษะ” ที่ใช้สอบ (TOEIC = Speed vs IELTS = Writing) มัน “คนละเรื่อง” กันเลยครับ

📌 สรุป: “อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” (Don’t Switch)

ตอนนี้คุณเห็น “ภาพ” ชัดเจนแล้วว่า ข้อสอบแต่ละตัวมี “Character” และ “วัตถุประสงค์” ที่ต่างกันสิ้นเชิง

ดังนั้น… “อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” ครับ

การที่คุณ “เตรียมสอบ TOEIC” แต่แอบไป “ลองสอบ IELTS” (หรือกลับกัน) คือการ “เสียเงิน” และ “เสียเวลา” ที่สุด

☝️ สิ่งที่คุณควรทำ (The Right Strategy):

  1. “หยุด” (Stop): อย่าเพิ่งรีบสมัครสอบ
  2. “วิเคราะห์” (Analyze): ถามตัวเองว่า “เป้าหมาย” ของคุณคืออะไร? (สมัครงาน? เรียนต่อ?)
  3. “เลือก” (Choose): เลือก “สนามรบ” ที่ “เหมาะกับคุณ” ที่สุดแค่ “ตัวเดียว”

 

🎓 ที่ www.englishmeup.com (เลือกเมนู Course และเลือกวิชา) เราได้ทำ “บทวิเคราะห์” เชิงลึก (เหมือนหมวด 4) ของข้อสอบแต่ละตัว (TOEIC, CU-TEP) ไว้ให้คุณแล้ว

เราอยากให้คุณเข้าไป “ศึกษา” ว่าข้อสอบตัวไหน “เหมาะกับตัวเอง” ที่สุด… แล้วค่อย “วางแผนการเตรียมตัว” (Commit) อย่างจริงจังแค่ “ครั้งเดียว” ครับ

🚩 ก้าวต่อไปของคุณ…

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOEIC vs IELTS

Q: TOEIC กับ IELTS ต่างกันยังไง?

A: “ต่างกันโดยสิ้นเชิง” ครับ TOEIC ใช้วัดทักษะเชิง “การทำงาน/ธุรกิจ” (Business English) แต่ IELTS (Academic) ใช้วัดทักษะเชิง “วิชาการ” (Academic English) เพื่อเรียนต่อ

A: โดยประมาณ TOEIC 700 (ระดับ B1) เทียบเคียงได้กับ IELTS 5.0 – 5.5 แต่ทักษะที่ใช้สอบ (เช่น TOEIC เน้น Speed/Grammar, IELTS เน้น Writing/Speaking) นั้นแตกต่างกันมาก

A: ขึ้นอยู่กับ “วัตถุประสงค์” ครับ ถ้า “สมัครงาน” (ปตท., แอร์ฯ, กพ.) ให้สอบ TOEIC / ถ้า “เรียนต่อ” (ต่างประเทศ, จุฬาฯ อินเตอร์) ให้สอบ IELTS