TOEIC Getting Started
รวมข้อมูลสมัครสอบ กฎระเบียบ และทุกสิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
บทเรียนในหมวดนี้
1.1
TOEIC คืออะไร? สอบไปทำไม? ปูพื้นฐานมือใหม่ รู้จักโครงสร้างข้อสอบครบจบใน 5 นาที
1.2
วิธีสมัครสอบ TOEIC & ค่าธรรมเนียม 2026 สรุปขั้นตอน จองสนาม จ่ายเงิน จนถึงรับผลสอบ
1.3
เจาะลึก: TOEIC ซองแดง vs TOEIC ซองทอง ต่างกันยังไง? เลือกสอบแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด
1.4
Checklist: การแต่งกาย & เอกสาร เตรียมตัวให้เป๊ะก่อนวันจริง จะได้ไม่โดนไล่กลับบ้าน
1.5
FAQ: ผลสอบ TOEIC ออกในกี่วัน & เก็บได้นานกี่ปี รวมคำถามยอดฮิต รับผลยังไง? คะแนนอยู่ได้กี่ปี?
หมวด 1.1

TOEIC คืออะไร? สอบไปทำไม? ปูพื้นฐานมือใหม่ รู้จักโครงสร้างข้อสอบครบจบใน 5 นาที

หากคุณเป็นนักศึกษาที่กำลังจะจบ คนที่กำลัง "หางาน" หรือ "ย้ายงาน" หรือคนทำงานที่กำลังมองหาการ "เลื่อนตำแหน่ง"

คุณจะต้องเคยได้ยิน "ใบเบิกทาง" ที่สำคัญที่สุดใบหนึ่งในโลกการทำงาน นั่นคือ TOEIC

แต่หลายคนอาจจะยังสับสนว่า TOEIC คืออะไรกันแน่? มันต่างจาก CU-TEP หรือ IELTS ที่เคยรู้จักยังไง? และที่สำคัญที่สุด ทำไมฉันต้องสอบ TOEIC ?

บทความนี้ ENG ME UP จะสรุปทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ TOEIC (ฉบับอัปเดต 2026) ให้ครบถ้วน จบในที่เดียวครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

🔎 TOEIC คืออะไร?

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication

  • คืออะไร? คือแบบทดสอบภาษาอังกฤษ “มาตรฐานสากล” (Standardized Test) ที่ออกแบบและพัฒนาโดย ETS (หน่วยงานเดียวกับที่สร้าง TOEFL)
  • วัดอะไร? (สำคัญมาก!) ข้อสอบนี้ ไม่ได้ วัดภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ (Academic English) เหมือน CU-TEP หรือ IELTS แต่วัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษใน โลกการทำงานจริง (Workplace/Business English) เช่น การประชุม, อีเมล, ประกาศในออฟฟิศ, การเจรจาธุรกิจ

🎯 สอบ TOEIC ไปทำไม? (ทำไมบริษัทถึงต้องการ?)

นี่คือ “หัวใจ” ที่คุณต้องรู้ครับ เพราะ TOEIC คือ “มาตรฐานกลาง” ที่องค์กรส่วนใหญ่ในไทย (และทั่วเอเชีย) ใช้ในการคัดกรองบุคลากร

นี่คือ 4 เหตุผลหลักที่คุณ “ต้อง” มีคะแนน TOEIC:

  1. ใช้ยื่นสมัครงาน (Job Application) นี่คือเหตุผลอันดับ 1 ครับ บริษัทชั้นนำเกือบทุกแห่ง (เช่น ปตท., SCG, ธนาคาร, บริษัทข้ามชาติ, สายการบิน) ใช้คะแนน TOEIC เป็น “เกณฑ์ขั้นต่ำ” ในการรับพิจารณาเข้าทำงาน
  2. ใช้เลื่อนตำแหน่ง / ขึ้นเงินเดือน (Promotion & Salary) สำหรับคนทำงาน ปัจจุบันหลายองค์กรใช้คะแนน TOEIC เป็น “บันได” ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือบวก “ค่าภาษา” (Salary Increase) ให้เป็นพิเศษ
  3. ใช้ยื่น กพ. (Civil Service) สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครงานราชการ หรือรับราชการ คะแนน TOEIC สามารถใช้ “ยื่นแทน” การสอบ กพ. ภาค ก (วิชาภาษาอังกฤษ) ได้
  4. ใช้ยื่นจบการศึกษา (Graduation) มหาวิทยาลัยหลายแห่ง (โดยเฉพาะหลักสูตร ป.โท) อนุญาตให้นิสิตยื่นคะแนน TOEIC เพื่อเป็น “เงื่อนไขการจบการศึกษา” (แทนที่การสอบ Exit Exam ของมหาวิทยาลัย)

📝 โครงสร้างข้อสอบ TOEIC (ฉบับใหม่) มีอะไรบ้าง?

เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนที่เราจะไป “เจาะลึก” ในหมวดที่ 4 ข้อสอบ TOEIC ปัจจุบัน (ฉบับใหม่) มีรายละเอียดดังนี้:

  • รูปแบบ: สอบแบบ 2 ทักษะหลัก (ฟัง และ อ่าน)
  • จำนวนข้อ: 200 ข้อ (ข้อกา Choice ทั้งหมด)
  • คะแนนเต็ม: 990 คะแนน
  • เวลาสอบ: 120 นาที (2 ชั่วโมงเต็ม)

การสอบ 2 ชั่วโมงนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ที่ทำ “ต่อเนื่องกัน” ดังนี้ครับ:

พาร์ท (Section)

รายละเอียด (Details)

จำนวนข้อ (Questions)

เวลา (Time)

Section 1: Listening

การฟัง (ฟังจากลำโพง)

100 ข้อ

45 นาที

Section 2: Reading

การอ่าน (แกรมม่า/ศัพท์/อ่านจับใจความ)

100 ข้อ

75 นาที

Total

 

200 ข้อ

120 นาที

📌 เจาะลึก 7 พาร์ท (ฉบับย่อ)

ใน 2 Section หลักนั้น ถูก “ซอยย่อย” ออกเป็น 7 พาร์ทย่อย ที่วัดทักษะต่างกัน ดังนี้ครับ:

🔵 Section 1: Listening (รวม 100 ข้อ)

  • Part 1: Photographs (6 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) ฟัง 4 ตัวเลือก แล้วเลือกข้อที่ “บรรยายภาพ” ได้ถูกต้องที่สุด
  • Part 2: Question-Response (25 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) ฟัง “คำถาม 1 ประโยค” (ไม่มีในข้อสอบ) แล้วเลือก “คำตอบ” (A, B, C) ที่เข้ากันที่สุด (นี่คือ ยาขมที่ 1 เพราะไม่มีอะไรให้อ่านเลย)
  • Part 3: Conversations (39 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) ฟัง “บทสนทนา” (คน 2-3 คน) แล้วตอบ “ชุดคำถาม 3 ข้อ” (ต้องอ่านโจทย์/Choice ล่วงหน้า)
  • Part 4: Talks (30 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) ฟัง “บทพูดคนเดียว” (เช่น ประกาศ, รายงาน) แล้วตอบ “ชุดคำถาม 3 ข้อ”

🔴 Section 2: Reading (รวม 100 ข้อ)

  • Part 5: Incomplete Sentences (30 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) เติมคำในช่องว่าง (วัด แกรมม่า ล้วนๆ) (นี่คือ ยาขมที่ 2)
  • Part 6: Text Completion (16 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) เติมคำ/ประโยค ใน “บทความสั้น” (เช่น อีเมล, ประกาศ) (วัดแกรมม่า + บริบท)
  • Part 7: Reading Comprehension (54 ข้อ)

    • (ทำอะไร?) อ่าน “บทความยาว” (Single, Double, Triple Passages) แล้วตอบคำถาม (นี่คือ หายนะอ่านไม่ทัน)

(หมายเหตุ: เราจะ “เจาะลึก” เทคนิคของแต่ละพาร์ทแบบหมดเปลือก ในบทความ Masterclass หมวดที่ 4 ของเราครับ)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOEIC

Q: TOEIC คืออะไร?

A: TOEIC (Test of English for International Communication) คือข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษเชิง “การทำงาน/ธุรกิจ” (Workplace/Business English) ไม่ใช่เชิงวิชาการ

A: ส่วนใหญ่ใช้ “ยื่นสมัครงาน” (เช่น ปตท., SCG, ธนาคาร, แอร์ฯ), “เลื่อนตำแหน่ง”, “ขึ้นเงินเดือน”, หรือ “ยื่น กพ.”

A: มี 2 ส่วน 200 ข้อ (990 คะแนน): 1. Listening (45 นาที – 100 ข้อ) และ 2. Reading (75 นาที – 100 ข้อ) ซึ่งแบ่งย่อยเป็น 7 พาร์ท

✨ ก้าวต่อไปของคุณ…

  • เมื่อรู้แล้วว่า TOEIC คืออะไร ก้าวต่อไปคือการ “สมัครสอบ”