All about IELTS ;

อะไรคือ IELTS?

IELTS (International English Language Testing System) หรือ การทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ คือ การวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับผู้สนใจทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการไป ศึกษาต่อในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และผู้ที่มีความประสงค์จะย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศดังกล่าว ข้อสอบนี้ได้รับการออกแบบเพื่อใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาสำหรับผู้สมัครสอบที่ต้องการเรียนหรือทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

การสอบ IELTS ใช้ประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สมัครสอบอย่างมีประสิทธิภาพใน 4 ทักษะคือ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์ และคำศัพท์ในการใช้ภาษา ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบที่ร่วมมือกันระหว่าง the University of Cambridge ESOL Examinations (Cambridge ESOL), British Council และ IDP : IELTS Australia ซึ่งการสอบ IELTS ถือได้ว่าเป็นตัวสอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติสูงสุด เทียบเท่าแบบทดสอบอื่นๆ เช่น TOEFL, TOEIC, SAT, GMAT

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

จุดประสงค์ในการสอบ IELTS

IELTS คือข้อสอบที่ใช้วัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด สำหรับผู้ที่ต้องการจะไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก รวมถึงผู้ที่ต้องการจะย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศเหล่านี้ผลสอบ IELTS ยังสามารถใช้สมัครงานในองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสารอีกด้วย

ผลสอบ IELTS นั้นเป็นที่ยอมรับจากองค์กรกว่า 8,000 แห่ง ครอบคลุมทั้งองค์กรภาครัฐ สถานศึกษา และสถาบันชั้นนำ นอกจากนี้ IELTS ยังเป็นบททดสอบภาษาอังกฤษเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการยอมรับจากกองตรวจคนเข้าเมืองในหลายๆประเทศ

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

ข้อสอบ IELTS มีทั้งหมดกี่ประเภท?

ข้อสอบ IELTS มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ แบบ Academic Moduleและ General Training Module แยกตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการทดสอบ ข้อสอบทั้งสองแบบ คือ

  1. แบบข้อสอบเพื่อการศึกษาต่อ (Academic Module: Institutions of Higher and Further Education)

    สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในทุก ๆ สาขา ทั้งในระดับ ปริญญาตรี และปริญญาโท เพื่อเป็นการทดสอบความพร้อมในศึกษาต่อในสถาบันต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

  2. แบบข้อสอบเพื่อการฝึกอบรม (General Training Module: for School, Work or Migration)

    สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี เช่น ระดับมัธยมศึกษา และสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐาน หรือ ทำงานในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะวัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐานเท่านั้น และจะไม่ซับซ้อนเหมือนกับแบบข้อสอบเพื่อการศึกษาต่อ (Academic Module)

สำหรับความแตกต่างระหว่างข้อสอบ IELTS แบบ General Training และ Academic นั้น ผู้สอบทุกคนจะได้ข้อสอบการฟังและการพูด (Listening and Speaking) เหมือนกัน แต่จะได้ข้อสอบการอ่านและการเขียน (Reading and Writing) ต่างกัน

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

รายละเอียดของข้อสอบ IELTS (Academic Module)

การสอบ IELTS แบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนคือ

  1. การฟัง (Listening) (40 นาที)

    ข้อสอบ Listening แบ่งออกเป็น 4 section และมีทั้งหมด 40 ข้อ Section ละ 10 ข้อ

    • Section 1 บทสนทนาระหว่างคน 2 คน
    • Section 2 เป็นบทพูดเดี่ยว อาจจะมีผู้พูดคนที่ 2 เข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุนบทบาทของผู้พูดคนที่หนึ่งเท่านั้น
    • Section 3 เป็นบทสนทนาระหว่างคน 2 หรือ 3 หรือ 4 คน
    • Section 4 เป็นบทพูดเดี่ยว ที่ซับซ้อนกว่า Section 2
  2. การอ่าน (Reading) (60 นาที)

    ข้อสอบ Reading ประกอบด้วย Passage หรือบทความ 3 บทความ ทั้งหมด 40 ข้อ โดยแต่ละบทความมีความยาวประมาณ 1500-2500 คำ เพื่อทดสอบความเข้าใจ และสามารถจับใจความสำคัญของบทความได้ แต่ละบทความจะมีชุดคำถาม จำนวนและรูปแบบของคำถามแตกต่างกันออกไปบทความในข้อสอบมักจะมาจากบทความในนิตยสาร วารสาร หนังสือ และงานเขียนเชิงวิชาการ

  3. การเขียน (Writing) (60 นาที)

    ข้อสอบ Writing แบ่งออกเป็น 2 task ได้แก่

    • Task 1 เขียนอธิบายข้อมูล กราฟ ตัวเลข รูปภาพ ไม่น้อยกว่า 150 คำ (15-20 นาที)
    • Task 2 เขียนเรียงความเชิงอภิปรายหรือเชิงความเห็นตามหัวข้อที่กำหนดให้ ไม่น้อยกว่า 250 คำ (40-45 นาที)
  4. การพูด (Speaking) (11-14นาที)

    ลักษณะการสอบ Speaking เป็นการสัมภาษณ์จากผู้สัมภาษณ์ชาวต่างชาติ เป็นลักษณะการคุยตัวต่อตัว ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 section ด้วยกันได้แก่

    • Section 1 Introduction & Interview (4-5 นาที)
    • Section 2 Individual long term (3-4 นาที)

      ผู้สัมภาษณ์จะเลือก topic มา 1 เรื่อง ให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องพูดในลักษณะ non-stop

    • Section 3 Two-way discussion (4-5 นาที)

      เป็นการพูดโต้ตอบระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้เข้าสอบจากหัวข้อเดิมที่ได้มาจาก section 2 ซึ่งผู้เข้าสอบต้องให้เห็นผลสนับสนุนในการพูด

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

ผลการสอบ IELTS

IELTS จะให้ผลคะแนนในทุกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่มีคะแนนผ่านหรือคะแนนตก คะแนนที่ได้จะเริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 9 ในข้อสอบแต่ละทักษะ ประกอบด้วยการฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด โดยการเรียกการให้คะแนนในรูปแบบนี้ว่า nine-band systemซึ่งจะแบ่งเป็น 9 band score

9 - expert user 8 - very good user 7 - good user
6 - competent user 5 - modest user 4 - limited user
3 - extremely limited user 2 - intermittent user 1 - non-user

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

ควรจะได้คะแนน IELTS เท่าไหร่

การสอบ IELTS เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆนอกจากการศึกษาต่อไม่ได้มีการระบุคะแนนที่ควรได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับการนำคะแนนไปใช้ประกอบการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ควรจะมีคะแนนตั้งแต่ 6 ขึ้นไป บางมหาลัยอาจจะต้องการ 6.5 - 7 ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถานศึกษา

ในการประกอบการสมัครในบางสาขาวิชาอาจจะกำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของ 4 ทักษะรวมกัน หรืออาจจะทักษะใดทักษะหนึ่งตามที่สถาบันนั้นๆกำหนด

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

ศูนย์สอบ IELTS ในเมืองไทยมีกี่ศูนย์?

ในเมืองไทยมีศูนย์สอบ IELTS 2 แห่ง ดังนี้

  1. British Council

    ผู้สมัครสอบสามารถยื่นใบสมัครสอบ IELTS ได้ทุกสาขาในกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ หรือสมัครสอบ IELTS Online ผ่านทางเว็บไซด์

    • ค่าสมัครสอบ 6,300 บาท (ต้องสมัครสอบ IELTS ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนวันสอบจริง)
    • สถานที่สอบในกรุงเทพ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ (Landmark Bangkok Hotel)
  2. IDP

    ผู้สมัครสอบสามารถยื่นใบสมัครสอบ IELTS ได้ทุกสาขาในกรุงเทพมหานคร และสามารถสมัครสอบ IELTS Online ผ่านทางเว็บไซด์ นอกจากนี้ ทาง IDP ยังมีศูนย์สอบ IELTS ในส่วนภูมิภาคให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวก ดังเช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ และ ภูเก็ต

    • ค่าสมัครสอบ IELTS 5,900 บาท สำหรับกรุงเทพฯ และเชียงใหม่
    • ค่าสมัครสอบ IELTS 6,500 บาท สำหรับขอนแก่นหาดใหญ่ และ ภูเก็ต (ต้องสมัครสอบ IELTS ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนวันสอบจริง)
    • สถานที่สอบในกรุงเทพฯ โรงแรมมณเฑียร (Montien Bangkok) ถนนสุรวงค์

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

การรับผลสอบ IELTS

ผู้เข้าสอบสามารถรับผลสอบด้วยตนเองหลังจากวันสอบประมาณ 2 สัปดาห์ หรือสามารถดูผลสอบ IELTS Online ผ่านทางเวบไซด์ของศูนย์สอบที่ผู้เข้าสอบทำการสอบ

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

IELTS vs CU-TEP

น้องๆคงจะสงสัยกันใช่ไหมครับว่า IELTS และ CU-TEP แตกต่างกันอย่างไร ทั้งๆที่เป็นข้อสอบ Academic testing system เหมือนกัน คือวัดความรู้ความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เข้าสอบเชิงวิชาการเพื่อใช้ในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาขึ้นไป ซึ่งจะแตกต่างกับ TOEIC ที่จะวัดความสามารถในการสื่อสารเพื่อใช้ในการทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เรามาลองดูความแตกต่างและความเหมือนกันระหว่างสองข้อสอบกันเลยนะครับ อาจารย์ได้ทำตารางเพื่อให้น้องๆเห็นภาพรวมของทั้งสองข้อสอบมากยิ่งขึ้นครับ เราลองมาดูกันเลยครับ

  IELTS (Academic format) CU-TEP
ระดับคะแนน Band 1 - 9 120 คะแนนเต็ม เทียบ TOEFL (Paper Based Test)
การฟัง ข้อสอบ 40 ข้อแบ่งเป็น 4 พาร์ทย่อย ผู้เข้าสอบต้องฟังเทปที่ใช้เสียงของเจ้าของภาษา ข้อสอบ 30 ข้อ ผู้เข้าสอบต้องฟังเทปที่ใช้เสียงของเจ้าของภาษา
การอ่าน ข้อสอบการอ่านของทั้งสองสำนักเป็นการอ่านระดับทางการ มีความเป็นวิชาการและอาจจะมีคำศัพท์ technical term บทอ่านจะมาจากบทความใน นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ หรือบทความทางวิชาการ เพื่อวัดความสามารถในการจับใจความการอ่านภาษาอังกฤษ
มี 3 บทความย่อย (60 นาที) 40 ข้อ ความสั้นยาวยากง่ายของแต่ละบทความต่างกัน มี 60 ข้อ (70 นาที) ความสั้นยาวยากง่ายของแต่ละบทความต่างกัน
การเขียน มี 2 task (60 นาที) ให้เขียนอธิบายข้อมูล ไม่ต่ำกว่า 150 คำ และเรียงความตามหัวข้อที่กำหนดให้ ไม่ต่ำกว่า 250 คำ ถึงแม้จะเป็นข้อสอบการเขียน แต่สิ่งที่ข้อสอบพยายามจะวัดคือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ โดยให้หาจุดบกพร่องของประโยค (Error recognition) 30 ประโยค (30นาที)
การพูด เข้ารับการสัมภาษณ์จากเจ้าของภาษา ซึ่งไม่สามารถเลือกสัญชาติได้ ประมาณ 12-15 นาที สามารถสอบเพิ่มเติมพิเศษ กรณีคณะหรือสาขานั้นต้องการคะแนนส่วนนี้ด้วย

เอาละครับ เห็นความเหมือนและความแตกต่างไปแล้ว หวังว่าน้องๆคงจะตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับว่าจะสมัครสอบอะไร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของน้องๆว่าจะนำคะแนนไปใช้เพื่ออะไรและสถานศึกษาที่น้องๆต้องการจะไปศึกษาต้องการคะแนนของข้อสอบชุดไหน หากสถาบันนั้นๆ โดยเฉพาะในประเทศ ให้เลือกได้ว่าจะส่งคะแนน CU-TEP หรือ IELTS น้องๆ ก็ควรจะ Focus ให้ถูก เพราะข้อสอบแต่ละชุดนั้น มี Character และการเตรียมตัวที่แตกต่างกันในรายละเอียด อย่าเอาเฉพาะมิติ ของราคาค่าสอบมาเป็นตัวตัดสิน (CUTEP 700 บาท / IELTS ประมาณ 6000 บาท) น้องๆ อาจตัดสินใจจาก criteria ง่ายๆ ดังนี้

ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน / เรียนอินเตอร์

หากน้องๆเรียนหลักสูตรอินเตอร์ มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ สื่อสารภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงฟังเพลง ดูหนังภาษาอังกฤษเป็นประจำ IELTS อาจจะเหมาะกับน้องๆมากกว่า เพราะในส่วนของ IELTS จะไม่ได้วัดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษตรงๆ แต่จะแฝงอยู่ตามแบบทดสอบทักษะการฟังพูดอ่านเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่น้องๆใช้จริงๆในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว น้องๆจะไม่ปวดหัวกับการเตรียมตัวให้ตัวเองแม่นไวยากรณ์ รวมถึงฝึกเทคนิคเพื่อรับมือกับกับดักหลอกต่างๆในข้อสอบแบบ multiple choice น้องๆเพียงแต่นำทักษะที่น้องๆมีมาปรับและเตรียมตัวในการทำข้อสอบ IELTS เท่านั้นครับ

ไม่ค่อยพูด อ่าน เขียน อังกฤษ / เรียนหลักสูตรไทย

หากน้องๆเรียนหลักสูตรไทย ไม่ค่อยได้ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ แต่ตอนที่เรียนเน้นไวยากรณ์หรือมีทักษะทางด้านไวยากรณ์ที่แม่นพอสมควร CU-TEP อาจจะเหมาะกับน้องๆมากกว่า น้องๆจะไม่ต้องเสียเวลาปูพื้นภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะเพื่อสอบ IELTS น้องๆจะได้มุ่งตรงไปโฟกัสในเรื่องของเทคนิคการทำข้อสอบ ฝึกทำข้อสอบเก่าไล่ตามระดับความยากได้เลย น้องๆที่ตัดสินใจจะสอบ IELTS จะต้องเรียนรู้เทคนิคในการทำข้อสอบและฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ เพราะข้อสอบ CU-TEP เป็นข้อสอบที่มีลูกเล่นพอสมควรครับ

จากที่อ่านมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าการ "รู้เขารู้เรา" เป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ ถ้าน้องๆ“รู้เขา” คือเตรียมศึกษาว่าสถาบันที่น้องๆสนใจจะไปศึกษาต่อรับผลคะแนนสอบชนิดไหนบ้าง และ“รู้เรา” ด้วยสำรวจตัวเองว่าวัตถุประสงค์ในการสอบของเราคืออะไร และตัวเราเองมีพื้นฐานภาษาอังกฤษในระดับไหนเพื่อเลือกข้อสอบที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด รับรองว่าผลคะแนนที่ออกมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจแน่นอนครับ

วิเคราะห์ข้อสอบทุก Parts ตีแผ่กลยุทธ์และเทคนิคทำคะแนน IELTS เพิ่มเติมที่ ENG ME UP Blog >>

ตารางสอบ IELTS ของศูนย์สอบ British Council

  • ค่าทดสอบ IELTS 6,300 บาท หากสมัครออนไลน์ 6,000 บาท
  • ผู้สมัครจะต้องชำระค่าสมัครล่วงหน้าก่อนวันสอบและไม่สามารถขอรับค่าธรรมเนียม คืนหรือขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใดๆได้เมื่อได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้สมัครไม่สามารถมาสอบในวันสอบด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผู้สมัครสามารถขอเปลี่ยนวันสอบเป็นวันสอบครั้งถัดไปหรือขอรับค่าธรรมเนียม สอบคืนได้ส่วนหนึ่งโดยผู้สมัครจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งออกโดย โรงพยาบาลรัฐบาล และต้องยื่นให้ศูนย์สอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ
  • ศูนย์สอบจะปิดรับสมัคร 3 วันก่อนวันสอบหรือเมื่อวันสอบในรอบนั้นเต็ม

ท่านสามารถลงทะเบียนได้ที่

บริติซ เคานซิล สยามสแควร์ โทรศัพท์: 66-2657 5678
บริติซ เคานซิล ปิ่นเกล้า โทรศัพท์: 66-2884-9944-6 ต่อ 101, 102
บริติซ เคานซิล ลาดพร้าว โทรศัพท์: 66-2937-1037-9 ต่อ 0

หรือสมัคร Online ได้ที่นี่ คลิก!

สถานที่สอบ

กรุงเทพ โรงเเรมแลนด์ มาร์ค สุขุมวิท
เชียงใหม่
  1. โรงแรมแคนทารี ฮิลล์
  2. ศูนย์ HAS มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์
  3. โรงแรมแชงกรีลา เชียงใหม่

วิธีชำระเงิน

เงินสด และบัตรเครดิต (วีซ่า และมาสเตอร์)

ข้อมูลเพิ่มเติม www.britishcouncil.org

ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ info@britishcouncil.or.th หรือที่

กรุงเทพ: บริติช เคานซิล 254 จุฬาลงกรณ์ ซอย 64 สยามสแควร์ ถนน พญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทร.+66 2 657 5678 แฟกซ์ +66 2 253 5312
เชียงใหม่: บริติช เคานซิล 198 ถนนบำรุงราษฎร์ เชียงใหม่ 50000 โทร. +66 53 242103 แฟกซ์ +66 53 244781

Download


ตารางสอบ IELTS ของศูนย์สอบ IDP

สมัครอย่างไร


ผู้สนใจสมัครสอบ IELTS กับ IDP สามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่ศูนย์ IDP หรือทางจดหมาย

ค่าธรรมเนียมการสอบ: 5,900 บาท สำหรับสนามสอบกรุงเทพและเชียงใหม่
6,500 บาท สำหรับสนามสอบขอนแก่นและหาดใหญ่

เอกสารการสมัคร


  1. Application form (complete and sign*)
  2. Registration guide (complete and sign*)
  3. Original and a copy of your Thai National ID card or Passport and sign*

* แน่ใจว่าคุณได้เซ็นชื่อในเอกสารตั้งแต่ข้อ 1-3 โดยครบถ้วน โดยลายเซ็นทั้งหมดต้องตรงกันตาม Passport หรือ บัตรประชาชนที่ใช้ยื่นสมัคร

รายละเอียดการสมัครด้วยตนเอง


กรณีสมัครด้วยตนเองที่ศูนย์สอบ IDP ท่านสามารถขอรับ Application Form และ Registration Guide ได้ที่ IDP Office โดยท่านต้องนำบัตรประชาชนหรือ Passport ตัวจริงติดตัวไปด้วย / การชำระเงินสามารถชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต

เวลาทำการ (Bangkok Office)


Mon – Fri: 08.30 - 18.00 hrs.
Sat: 08.30 - 16.30 hrs.
* สำหรับศูนย์สอบเชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ กรุณาเช็คเวลาทำการได้ที่เบอร์โทรศัพท์ดังนี้
Chiang Mai Tel.: 053 217 552
Khon Kaen Tel.: 043 321 331
Hat Yai Tel.: 074 459 321

Register Online Click Here!

รายละเอียดการสมัครทางไปรษณีย์


ส่งเอกสารการสมัครดังกล่าวมาที่
IDP IELTS
IDP Education Services Co., Ltd.
4th Floor CP Tower
Silom road, Bangrak
Bangkok 10500
Tel: 02 638 3111 ext. 111, 112

ผู้สอบสามารถชำระเงินค่าสมัครสอบผ่านธนาคารได้ 2 วิธี ดังนี้


1. ชำระผ่านผ่านเคาเตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์

ดาวน์โหลดใบนำฝากชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการของธนาคารไทยพาณิชย์

โดยมีขั้นตอนในการกรอกดังนี้

1.1 ชื่อผู้สอบ ต้องเป็นชื่อและนามสกุลของผู้สอบเท่านั้น เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่

1.2 โทรศัพท์ (Ref.1) ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้สอบ หรือที่สามารถติดต่อได้ เช่น 0886257163 (ติดกันไม่ต้องเว้นวรรค)

1.3 วันที่สอบและศูนย์สอบ (Ref.2) ให้ใส่วันที่สอบแล้วตามด้วยศูนย์สอบ

โดยศูนย์สอบของ IDP มีรหัสดังนี้

  • กรุงเทพฯ 001
  • หาดใหญ่ 002
  • ขอนแก่น 003
  • เชียงใหม่ 004

ตัวอย่าง

ต้องการสมัครสอบวันที่ 4 Feb 2012 ที่กรุงเทพฯ ให้ใส่ 040212001 (04 = วันสอบ, 02 = เดือนสอบ, 12 = ปีที่สอบ, 001 = ศูนย์สอบ (ติดกันไม่ต้องเว้นวรรค)

ต้องการสมัครสอบวันที่ 18 Feb 2012 ที่หาดใหญ่ ให้ใส่ 180212002

ต้องการสมัครสอบวันที่ 18 Feb 2012 ที่ขอนแก่น ให้ใส่ 180212003

ต้องการสมัครสอบวันที่ 09 Feb 2012 ที่เชียงใหม่ ให้ใส่ 090212004

2. ชำระเงินผ่าน ATM ธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น

ให้เลือกหัวข้อ "ชำระค่าสินค้าหรือบริการ"

2.1 Ref 1. ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ เช่น 0886257163 (ติดกันไม่ต้องเว้นวรรค)

2.2 Ref 2. ให้ใส่เหมือนข้อ 1.3

เมื่อทำการชำระเงินค่าสมัครสอบแล้วให้ส่ง FAX ใบนำฝาก หรือสำเนาใบโอนเงินผ่าน ATM มาให้ที่แผนก IELTS หมายเลข 02-231-0530

IELTS Enrollment Process
Student IT Zone
Course Outline
70% ของผู้บริโภคใช้อารมณ์
70% ของผู้บริโภคใช้อารมณ์